Author Archives: admin

พิธีเปิดงาน “อ่าวไทย EXPO 2020ไทยช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19 ” ครั้งที่ 2 ปี 2563

พิธีเปิดงาน “อ่าวไทย EXPO 2020ไทยช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19 ” ครั้งที่ 2  ปี 2563 ได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2563 เวลา 15.00 น. ที่ศูนย์การค้าสหไทย การ์เด้น พลาซ่า สุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายภักดี​ ปานหงษ์​  อุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี​  มอบหมายให้ นายธนาธิป​ เพชรสุด​  นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการ​  เข้าร่วมพิธีเปิดงาน​ “อ่าวไทย​ EXPO  2020ไทยช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19 ” ครั้งที่​ 2 ​  ภายใต้โครงการจัดงานแสดงสินค้าอ่าวไทย​ EXPO​ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน​ ปี​ 2563​ จัดโดยสำนักงานพาณิชย์​ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย​ ซึ่งในงานดังกล่าว​ มีนายธีระ​ อนันตเสรีวิทยา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี​  เป็นประธานในพิธีเปิด จ.สุราษฎร์ธานี “อ่าวไทย EXPO 2020ไทยช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19”   เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางการตลาด ที่มาช่วยสร้างความคึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากการซบเซาทางเศรษฐกิจ จากโควิด-19  ให้ผู้ประกอบการ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย  ได้กลับมาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ กันอีกครั้ง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวน 150 ร้าน

จะไปตำ! “ตำมังคุดแซ่บ” ทีเด็ดรสซี๊ดถึงใจ

ช่วงนี้เห็นมังคุดเริ่มออกมาทักทายในท้องตลาดกันมากขึ้น เห็นแล้วก็อยากซื้อกลับบ้านมาลองทำเมนูอร่อยเลยค่ะ นอกจากมังคุดจะเป็นผลไม้ที่ทานเพียว ๆ ก็อร่อยแล้ว ยังนำมาเป็นเมนูอาหารคาว หรืออาหารทานเล่นก็อร่อยไปอีกแบบ โดยเฉพาะเมนูที่เราจะมาทำในวันนี้ บอกเลยว่าเอาใจสายแซ่บสุด ๆ  มาตำอร่อยไปพร้อม ๆ กันกับเมนูนี้เลย   “ตำมังคุดแซ่บ”ส่วนผสม มังคุด 10 – 12 ลูก แครอทขูดเป็นเส้น 1 ถ้วย ถั่วฝักยาวหั่นท่อนพอดีคำ 1/2 ถ้วย พริกแดง 3 – 4 เม็ด ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 2 กลีบ น้ำตาลปี๊บ 1 อนชา น้ำปลา 1 1/2 ช้อนชา มะนาว 2 ลูก วิธีทำ เตรียมครก ใส่กระเทียม พริกแดง พริกแห้ง ลงไปตำให้พอแหลก

6 เคล็ดลับ “รักตัวเอง” ให้เป็น แบบเริ่ดๆ

พูดถึงเดือนแห่งความรัก หลายคนมักนึกถึงความรักแบบคนรักมาก่อนเสมอ แต่ความรักนั้นมีหลากหลายประเภทค่ะ เดือนแห่งความรักเราสามารถมอบสิ่งดี ๆ ให้คนรักได้ หรือแม้แต่รำลึกถึงความรักดี ๆ แบบครอบครัว พี่น้อง หรือเพื่อน แต่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของทุกคน คือการมอบความรักให้กับตัวเอง ซึ่งหลาย ๆ คนอาจใส่ใจคนอื่นมากเกินไป จนละเลยตัวเอง เพราะหัวใจและความรู้สึกของเราไม่มีใครดูแลดีมากเท่าเราดูแลตัวเองนะคะ แอบนำ 6 เคล็ดลับ ดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณ “รักตัวเอง” ให้เป็น มาฝากกันค่ะ 1.ค้นหา “ความสุข” ของตัวเองความสุขง่าย ๆ ที่คุณจะสร้างให้กับตัวเองได้ ก็คือการค้นหาตัวตนให้เจอ  ค้นให้เจอว่าคุณนั้นทำอะไรแล้วยิ้มได้ คุณกินอะไรแล้วมีความสุข กิจกรรมอะไรที่อยากทำ สิ่งที่อยากลองทำแล้วยังไม่ได้ทำ เพียงแค่รู้จักในความต้องการของตัวเอง แล้วเลือกทำให้สิ่งที่ได้ทำแล้วจะรู้สึกสบายใจ เพียงเท่านี้ก็เป็นสิ่งที่จะเยียวยาหัวใจของคุณได้ง่าย ๆ ในแต่ละวันแล้วล่ะค่ะ 2.”ไม่คาดหวัง” ก็จะไม่ผิดหวังหลายคนต้องแบกรับความกดดันจากคนรอบข้างอยู่บ่อย ๆ จนทำให้กลายเป็นความเครียด แล้วนำความคิดเหล่านั้นมากดดันตัวเองต่อไป ว่าฉันต้องทำให้ได้ ฉันต้องพิสูจน์ตัวเอง แต่ขอบอกเลยว่าความคิดแบบนั้นมักไม่ใช่ความคิดที่ดีเสมอไป เราสามารถพิสูจน์ตัวตนและความสามารถได้ ในแบบที่เป็นเรา ไม่ใช่ในแบบที่คนอื่นคาดหวังจะให้เป็น เลิกกดดัน เลิกคาดหวัง เพียงแค่ทุ่มเท และตั้งใจในสิ่งที่ต้องการจะทำ

“ยำเบอร์รี่ นิวเยียร์” แซ่บแบบเฮลท์ตี้ ปีนี้เราต้องสุขภาพดี

มาต้อนรับปีใหม่เริ่มต้นสุขภาพดีด้วยเมนูสุดเฮลท์ตี้ แต่แซ่บในแบบไทย กับเมนู “ยำเบอร์รี่ นิวเยียร์” ที่รวมวัตถุดิบคุณภาพดี นำเข้า อย่างเชอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และแอปเปิ้ลเขียว มาเติมความแซ่บให้ไม่จําเจ พร้อมอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย แถมทำง่าย จะทำทานเองคนเดียว หรือชวนเพื่อนมาเฮลท์ตี้อร่อยไปพร้อมกันก็ได้อีกด้วย ส่วนผสม บลูเบอร์รี่1/4ถ้วย เชอร์รี่สดหั่นครึ่งลูก6ลูก สตรอว์เบอร์รี่หั่นครึ่งลูก4ลูก แอปเปิ้ลเขียว หั่นเต๋า1/2ลูก น้ำผึ้งดอกลําไย2ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวนสับละเอียด10เม็ด เกลือป่น1/2ช้อนชา ขนมปังกรอบ1ถ้วย วิธีทำ เตรียมบลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ และแอปเปิ้ลเขียว โดยหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ 2. ทําน้ำยําโดยผสมน้ำผึ้ง พริกขี้หนู และเกลือ แล้วคนให้เข้ากัน 3. นําผลไม้ที่เตรียมไว้ลงไปคลุกในน้ำยําให้ทั่ว 4. ตักยําเบอร์รี่ใส่จาน แล้วโรยขนมปังกรอบ เท่านี้ก็จะได้เมนู “ยำเบอร์รี่ นิวเยียร์” สุดแซ่บ พร้อมเสิร์ฟกันแล้ว นอกจากเมนูนี้จะอร่อยเฮลท์ตี้แล้ว รู้หรือไม่ว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นมีดีมากกว่าความอร่อย เพราะในความเปรี้ยวอมหวานนี้ยังแฝงไปด้วยคุณประโยชน์อีกมากมาย เช่น ช่วยบำรุงสายตา เพิ่มระบบภูมิต้านทาน เสริมความจำให้แม่นยำ ต้านโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

“ต้มจืดเงาะสอดไส้” ยังไงก็ต้องชอบ

จัดเมนูแกงจืดร้อน ๆ ที่เลือก “เงาะ” มาเป็นวัตถุดิบหลัก เพิ่มรสสัมผัสใหม่ให้ เมนูแกงจืด ไม่ซ้ำซากจำเจอีกต่อไป แถมยังเข้ากันกับหมูสับปรุงรสแสนอร่อย เห็นแล้วอยากจะซดขึ้นมาทันที งานนี้เรามาเตรียมวัตถุดิบ และดูขั้นตอนการทำกันดีกว่า ส่วนผสม เงาะ 200 กรัม หมูสับ 100 กรัม วุ้นเส้น 1 กำมือ หัวไชเท้า 1/2 หัว เห็ดหูหนู 100 กรัม แครอท 50 กรัม รากผักชี 3 ต้น ขึ้นฉ่าย 2 ต้น ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ล้างผักต่าง ๆ ให้สะอาด จากนั้นปอกเปลือกหัวไชเท้า และแครอทให้เรียบร้อย หั่นไชเท้าเป็นแว่น ๆ            ส่วนแครอทหั่นเป็นแว่นสำหรับใส่ในแกง และแบ่งอีกส่วนหนึ่งหั่นเป็นชิ้นเต๋า

“กุ้งทอดซอสเกาหลี” เอาใจคนรักติดซีรีย์ มื้อนี้อปป้าจัดให้

ใครมีแฟนสายเกาที่ชื่นชอบการดูซีรีย์ หรือตามกรี๊ดศิลปินบอยแบนด์ แต่เราไม่ค่อยจะอินด้วยสักเท่าไหร่ ขอบอกเลยว่าการจะทำให้คนรักประทับใจนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่มอบ “อาหาร” ที่มีรสชาติอร่อยแบบเกาหลี๊เกาหลี…ช่วยเป็นคำตอบแทนความรัก ความใส่ใจของคุณ รับรองเลยว่าคนรักที่ติดซีรีย์มีสิทธิ์เปลี่ยนมาติดใจในฝีมือการทำอาหารของคุณแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วเรามาใช้หัวใจในการปรุงเมนู “กุ้งทอดซอสเกาหลี” เพื่อคนรักกันค่ะ! ส่วนผสมกุ้งผัดซอสเกาหลี กุ้งขาวไซส์ใหญ่500กรัม แป้งทอดกรอบ น้ำมันมะกอก1ช้อนชา กระเทียมสับ5กลีบ พริกขี้หนูสับละเอียด1ช้อนโต๊ะ พริกป่น1ช้อนโต๊ะ ซอสพริก1ช้อนโต๊ะ ซอสโคชูจัง1ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า น้ำตาล1/2ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูหมัก2ช้อนชา ซีอิ๊วขาว1/2ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวโพด1ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย งาขาว วิธีทำกุ้งผัดซอสเกาหลี แกะเปลือกกุ้งและผ่าหลังให้เรียบร้อย แล้วนำไปชุบกับแป้งทอดกรอบที่ผสมน้ำเย็นจัด 2. จากนั้นนำกุ้งที่ชุบแป้งเสร็จเรียบร้อย ลงทอดกรอบในน้ำมันที่เดือดจัด และคอยสังเกตความสุกของกุ้งจากสีแป้ง รอให้มีสีเหลืองทองอร่ามตา เป็นอันว่าใช้ได้ เมื่อทอดเสร็จให้พักกุ้งสะเด็ดน้ำมันก่อน 3. ตั้งกระทะใหม่ โดยใส่น้ำมันมะกอก เมื่อน้ำมันร้อนให้ใส่กระเทียม พริกขี้หนู พริกแห้ง ซอสพริกและซอสโคชูจัง ตามลำดับ จากนั้นผัดให้เข้ากัน จนได้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ 4. เติมน้ำเปล่า แล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊ว น้ำตาล น้ำส้มสายชู และค่อยๆ ใส่แป้งข้าวโพดผสมน้ำตามลงไปทีละนิด

#เมนูหน้าร้อน “รวมมิตรผลไม้ลอยแก้ว”

ร้อน ร้อน ร้อน แบบนี้ไม่ไหวจะเคลียร์เลยค่ะคุณ ว่าแล้วก็เข้าครัวหาส่วนผสมทำเมนูที่ทานอร่อยในหน้าร้อนกันดีกว่า วันนี้เสนอเมนู “รวมมิตรผลไม้ลอยแก้ว” เย็นใจหวานอร่อย ตามไปดูกันเลยส่วนผสม แอปเปิ้ล 1 ลูก สับปะรดหั่นชิ้น 5 ชิ้นเล็ก กีวี่ 1 ลูก แคนตาลูป 5 ชิ้นเล็ก น้ำตาลทราย 1  ถ้วย น้ำเปล่า 2 ถ้วย วิธีทำ เตรียมส่วนผสมของน้ำเชื่อมก่อน ด้วยการต้มน้ำตาลทรายและน้ำเปล่าจนเม็ดน้ำตาลทรายละลายหมด จากนั้นปิดเตา กรองน้ำเชื่อม พักทิ้งไว้ หั่นผลไม้ทุกชนิดเป็นชิ้นพอดีคำเตรียมไว้ในถ้วย เมื่อต้องการรับประทานให้ใส่น้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ลงในถ้วยผลไม้รวม ใส่น้ำแข็งบด คนให้เข้ากัน พร้อมรับประทาน ง่ายเว่อร์ รีบตามมาทำกันค่ะ อร่อย สดชื่น เหมาะกับหน้าร้อนนี้จริง ๆ 

สุดยอดผลไม้ไทย อร่อยล้ำ ประโยชน์เพียบ!

เข้าสู่ฤดูกาลผลไม้ไทยน่าทานนานาชนิด ออกผลมาให้คนไทยได้ลิ้มชิมรสหวานสดชื่นกันอีกครั้ง ซึ่งวันนี้เราก็มีเรื่องราว ประโยชน์ดี ๆ ของสุดยอดผลไม้ไทย ชนิดต่าง ๆ มาฝากกัน ผลไม้ชนิดไหนมีประโยชน์ที่เหมาะสมกับร่างกายของคุณ เรามาอ่านไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ มังคุดถือเป็นราชินีผลไม้เลยก็ว่าได้สำหรับผลไม้ชนิดนี้ มังคุดเป็นผลไม้ที่มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ด้านบนตรงหัวขั้ว มีลักษณะคล้ายมงกุฎ เนื้อด้านในมีสีขาวหอมน่าทาน ประโยชน์ของมังคุดมีหลากหลายมากมาย อาทิ ในส่วนของเนื้อมังคุดที่นอกจะรับประทานแบบสด ๆ แล้วยังนำไปประกอบเป็นอาหารคาวหวานได้หลากหลายชนิด ซึ่งเนื้อมังคุดมีกากใยสูง ช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้ดี นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่และวิตามินชนิดต่าง ๆ เช่นแคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ส่วนเปลือกมังคุดก็มีประโยชน์เช่นกัน เพราะมีสารแทนนิน แซนโทนที่มีฤทธิ์สมานแผลให้หายอักเสบได้อีกด้วย เงาะผลไม้เมืองร้อนที่นิยมปลูกกันทางภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งสายพันธุ์ของเงาะที่คนไทยมักจะคุ้นเคยรู้จักกันดี เช่น  พันธุ์โรงเรียน พันธุ์สีทองและพันธุ์ชมพู หลายคนมักจะคิดว่าเงาะเป็นผลไม้รสชาติหวานซึ่งอาจจะไม่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายเท่าที่ควร แต่จริง ๆ แล้วเงาะมีประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส รวมถึงช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ในร่างกาย เช่นแผลในช่องปาก แก้อาการท้องร่วง ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย  ลิ้นจี่ผลไม้เปลือกสีแดงอยู่ในสายพันธุ์เดียวกับลำไย ในประเทศไทยเราจะเห็นการปลูกลิ้นจี่ทางภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่ มีหลากหลายสายพันธุ์ที่เรารู้จักเช่น จักรพรรดิ กิมเจ็งและฮงฮวย ในผลของลิ้นจี่นอกจากจะมีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สำคัญ รวมถึงยังมีกรดไขมันที่สำคัญต่อร่างกายอีกมากมายเช่น

“สมูทตี้กีวี & สมูทตี้แอปเปิ้ลโยเกิร์ต” เติม Fresh ให้คนรักหลังโหมงานหนักมา

ช่วงปลายปีอย่างนี้ สำหรับชีวิตคนทำงาน ถือเป็นช่วงมรสุม ทั้งโปรเจกต์ยักษ์ ทั้งงานต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา ทำให้หลายครั้งต้องกลับบ้านดึก หากคนรักของคุณคือหนึ่งในคนที่ต้องเผชิญมรสุมนี้ เราในฐานะคนใกล้ชิดสามารถดูแล และช่วยเพิ่มพลังบวกได้ ด้วยการทำเครื่องดื่มเติมกำลังใจหลังเลิกงาน อย่างเมนู “สมูทตี้กีวี &สมูทตี้แอปเปิ้ลโยเกิร์ต” ที่ช่วยเพิ่มความ Fresh หลังโหมงานหนักมาตลอดทั้งวันได้อย่างดี เอาล่ะ ก่อนค่ำนี้จะมาถึง รีบเตรียมวัตถุดิบให้พร้อม แล้วไปทำเมนูเย็นชื่นใจไว้รอเลย ส่วนผสมสมูทตี้กีวี กีวี2ลูก โยเกิร์ตรสธรรมชาติ1ถ้วย น้ำเชื่อม2ช้อนโต๊ะ เกลือป่น1/2ช้อนชา น้ำมะนาว2ช้อนชา น้ำแข็ง1ถ้วย ส่วนผสมสมูทตี้แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลเอนวี่ นิวซีแลนด์2ลูก โยเกิร์ตรสธรรมชาติ1ถ้วย น้ำเชื่อม2ช้อนโต๊ะ เกลือ1/2ช้อนชา น้ำมะนาว2ช้อนชา น้ำแข็ง1ถ้วย วิธีทำสมูทตี้กีวี ใส่น้ำแข็งลงในโถปั่น 2. ตามด้วยกีวีหั่นเป็นชิ้น และโยเกิร์ต 3. เติมรสชาติด้วยน้ำเชื่อม เกลือ และน้ำมะนาว 4. ปั่นรวมกันจนเป็นเนื้อเนียนละเอียด เท่านี้ก็จะได้ “สมูทตี้กีวีโยเกิร์ต” อร่อย เย็นชื่นใจแล้ว วิธีทำสมูทตี้แอปเปิ้ล ทำเช่นเดียวกันกับสมูทตี้กีวี โดยอันดับแรกใส่น้ำแข็งลงในโถปั่น ตามด้วยแอปเปิ้ลหั่นเป็นชิ้น

5 “ผัก” ทานอร่อยได้ประโยชน์ช่วงหน้าฝน

หน้าฝนแบบนี้ก็ต้องดูแลตัวเองในทุก ๆ เรื่อง รวมไปถึง เรื่องอาหารการกิน ซึ่งวันนี้เราก็มี ไอเดียในการเลือกทานผักที่เหมาะในช่วงหน้าฝน มาฝากกัน นอกจากจะอร่อยยังได้สุขภาพที่แข็งแรงเป็นโบนัสพิเศษให้กับตัวคุณเองอีกด้วย กระเทียมขึ้นชื่อว่าช่วงหน้าฝนแบบนี้ คนส่วนใหญ่ก็อาจจะเป็นไข้หวัดกันได้ง่าย ดังนั้นช่วงนี้การบริโภคกระเทียมบ่อย ๆ ก็ดีนะ เพราะนอกจากกระเทียมจะสามารถนำมาปรุงเมนูต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความหอมให้กับอาหารจานโปรดแล้ว กระเทียมยังมีสรรพคุณที่ช่วยป้องกันหวัดได้ดี โดยนักวิจัยเชื่อว่า สารประกอบที่มีกำมะถันของกระเทียมในชื่อว่า “อัลลิซิน” (allicin) เป็นตัวช่วยที่ต้านไข้หวัดได้ นอกจากนี้ในกระเทียมยังมีสารที่ชื่อว่า ซาโปนิน (saponin) และกรดอะมิโน ที่มีส่วนช่วยในการลดไวรัสเช่นกัน แครอท ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ลองหาเมนูที่มีส่วนผสมของแครอทมารับประทานกันดีกว่า เพราะแครอทถือเป็นผักที่มีคุณค่าทางสารอาหารที่หลากหลาย อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ อย่างเช่น วิตามินอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2  วิตามินซี วิตามินอี และแคลเซียม เป็นต้น อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง การรับประทานแครอทจึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และยังมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาเป็นเลิศอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสาร “ฟอลคารินอล” (falcarinol) ที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง ใครอยากเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย ก็อย่าลืมรับประทานแครอทกันบ่อย ๆ นะ ยิ่งรสชาติหวาน หอม แบบนี้ อร่อยเข้ากันดีกับทั้งเมนูของคาวและของหวานเลยล่ะ ขิงช่วงหน้าฝน จะขาดผักสมุนไพรแบบ “ขิง” ไม่ได้เลย เพราะขิงมีสรรพคุณที่ช่วยขับเหงื่อ