10 เรื่องต้องรู้ก่อน “ถือศีล กินเจ”

ใกล้จะถึงช่วงเทศกาลกินเจกันแล้วนะคะ สำหรับใครที่ไม่เคยกินเจมาก่อน เรามาเรียนรู้ วิธีเตรียมตัวกันอย่างถูกต้องตามหลักการกินเจ กันก่อนดีกว่า เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องและเหมาะสมค่ะ

เข้าใจจุดประสงค์ในการกินเจ
การกินเจของแต่ละคน อาจจะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่จุดประสงค์หลัก ๆ ก็สามารถแบ่งออกเป็น “กินเจเพื่อสุขภาพ” ให้ร่างกายได้ปรับสมดุล ขับพิษของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกาย “กินเจด้วยจิตเมตตา” เพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์ “กินเจเพื่อเว้นกรรม” สำหรับผู้ที่ตระหนักถึงกฏแห่งกรรมในการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ต้องการกินเจเพื่อไม่ให้เบียดเบียนและสร้างกรรม แต่ไม่ว่าจะมีจุดประสงค์ใดก็ตาม ๆ ผู้ที่กินเจก็จะได้ประโยชน์ทั้งทางสุขภาพ และยังได้สร้างบุญกุศลอีกด้วย

งดเว้นเนื้อสัตว์ หรือทำอันตรายต่อสัตว์
อย่างที่รู้กันดีว่าการกินเจ เราต้องงดเว้นการกินเนื้อสัตว์ ซึ่งก็รวมถึงนม เนย หรือนำ้มันที่ทำจากสัตว์ด้วยค่ะ ซึ่งถือเป็นการละเว้นจากการทำบาปและการฆ่าชีวิตผู้อื่น

งดเว้นการรับประทานผักฉุน 5 ชนิด
ถึงแม้การกินเจจะคล้ายกับการกินอาหารมังสวิรัติ ในแง่ของการไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่หลักในการกินเจจะต้องงดเว้นการรับประทานผักฉุน 5 ชนิด ซึ่งได้แก่ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) กุ่ยช่าย และใบยาสูบ เพราะมีความเชื่อว่าผักเหล่านี้มีรสหนัก กลิ่นฉุน และยังมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย ซึ่งเป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ

ล้างท้องก่อนการกินเจ
การล้างท้องก่อนกินเจ เราอาจจะเห็นคนส่วนใหญ่นิยมล้างท้องกันก่อนวันจริงเทศกาลกินเจ ประมาณ 1 – 2 วัน ซึ่งจะทำการงดทานเนื้อสัตว์ และของต้องห้ามต่าง ๆ แต่เพื่อสุขภาพที่ดีแล้วแนะนำว่าอย่าพึ่งหักโหมล้างท้อง โดยการงดทุกอย่างภายในวันเดียว แต่ควรเตรียมตัวก่อนล่วงหน้าสัก 3 – 4 วัน เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว โดยค่อย ๆ ลดจากเนื้อสัตว์ใหญ่ ไปเป็น ปลา ไข่ นม และถั่วต่าง ๆ  อีกทั้งเริ่มทานผักให้มากขึ้น ปรับรสชาติอาหารให้เป็นรสชาติกลาง ๆ เมื่อถึงวันล้างท้องล่วงหน้า 1 วันค่อยปรับมาทานอาหารเจค่ะ  ที่สำคัญต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ

ห้ามทานอาหารรสจัด
เพราะอาหารรสจัดจะยิ่งไปกระตุ้นต่อมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำงานหนักมากขึ้น  เป็นผลให้จิตใจของเราไม่สงบในช่วงถือศีล ซึ่งอาหารรสจัดสำหรับการถือศีลกินเจนั้น หมายถึง อาหารรสจัดทั้งหมด เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด หรือเปรี้ยวจัดนั่นเอง

ไม่ใช้ถ้วยชามปนกัน
เพราะชาวจีนเชื่อว่าการใช้ภาชนะใส่อาหารคาว ซึ่งชาวจีนจะเรียก “ชอ” นั้น ไม่ควรนำมาปะปนกับอาหารชนิดอื่น แม้จะล้างสะอาดหมดจดแล้วก็ตาม แต่ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ไม่ได้เคร่งครัดเป็นพิเศษ ก็อาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรค่ะ

แต่งกายด้วยชุดขาว 
หลายคนอาจจะคิดว่าข้อนี้มีความจำเป็นจริงหรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วยนะคะ เพราะการแต่งกายด้วยชุดขาว สามารถสื่อถึงความบริสุทธิ์ เป็นสีแห่งความสะอาดของจิตใจและร่างกาย อีกทั้งในปัจจุบัน การแต่งกายชุดขาวไปโรงเจ ยังง่ายต่อการบริหารจัดการคน สำหรับศาลเจ้า หรือโรงเจบางแห่งอีกด้วย

ถือศีลปฏิบัติธรรมในช่วงกินเจ
ช่วงเทศการกินเจ ควรรักษาศีล 5 ทำจิตใจและกายให้บริสุทธิ์ ไม่คิดชั่วทั้งทางกาย วาจา และใจ เช่น งดทานเนื้อสัตว์  ไม่พูดจาหยาบคาย ไม่ประพฤติชั่ว ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ดื่มสุราและของมึนเมาตลอด 9 วัน

การดื่มกาแฟในช่วงกินเจ
เรื่องนี้เป็นปัญหาคาใจของผู้ที่ติดกาแฟอยู่เหมือนกัน เพราะบางคนไม่แน่ใจว่าในช่วงเทศกาลกินเจเราสามารถดื่มกาแฟได้หรือไม่ ตามหลักแล้วหากเป็นกาแฟสำเร็จรูปปกติ ก็ไม่ควรดื่มนะคะ เพราะส่วนใหญ่มักจะมีครีมเทียม หรือส่วนผสมของนมผงอยู่ด้วย ดังนั้นอาจจะต้องเลือกดื่มเป็นกาแฟดำ หรือโอเลี้ยงที่ไม่มีส่วนผสมของนม หรือถ้าใครสะดวกเป็นกาแฟสำเร็จรูปมากกว่า ก็ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์เจบนผลิตภัณฑ์ดีกว่าค่ะ

ห้ามดับตะเกียงทั้ง 9 ดวง
โดยตะเกียงทั้ง 9 ดวงนี้ ส่วนใหญ่จะจุดกันที่ “แจตั๊ว” ซึ่งหมายถึง สถานที่กินเจ อย่างเช่น ศาสเจ้า โรงเจ โรงทาน เป็นต้น โดยตะเกียงทั้ง 9 ดวงนี้จะสมมติเป็น “เก๊าฮ้วงฮุดโจ้ว” (พระพุทธ 9 องค์เสด็จลงมาโปรดสัตว์ในเมืองมนุษย์) ซึ่งต้องจุดไว้ทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดช่วงเทศกาลกินเจทั้ง 9 วัน เพื่อเป็นพุทธบูชา และรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินเกิด จึงต้องไม่ให้ตะเกียงทั้ง 9 ดวงนี้ดับ เพราะถ้าดับตะเกียงดวงใดดวงหนึ่ง ก็จะถือว่าไม่เป็นสิริมงคลค่ะ

One thought on “10 เรื่องต้องรู้ก่อน “ถือศีล กินเจ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *